นับถอยหลังไปประมาณ 20 ปีก่อน สมัยที่ มอ ยังไม่มีคณะมากขนาดนี้
ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีน้องใหม่รุ่นหนึ่ง เอ็นทรานติดเข้ามา ในคณะๆหนึ่ง ซึ่งเป็นคณะยอดฮิตมากในสมัยนั้น
แล้วก็นะ สมัยนั้นอะ ใครที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนั้น เพื่อนๆในคณะมักจะไม่ค่อยสนใจ
แล้วจู่ๆวันนึง คนๆนั้นก็จะหายไปจากคณะเองอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
เพราะสมัยนั้นมีคนเอ็นติดน้อย
แลก็นะ น้องใหม่คนที่บอกว่าสอบติดมาเนี่ย
เค้าเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างจะเด่นในคณะนั้น เป็นนักศึกษาที่มีความตั้งใจเรียนมาก
พอผ่านปี 1 ไปก็ตามความคาดหมาย เค้าคนนั้นได้เป็นที่ 1 ของคณะ
ได้รับเลือกเป็นนักศึกษาดีเด่นด้านขยันเรียนเพียรศึกษา (แต่ต่อมารางวัลนี้ก็ถูกยกเลิกใน2-3ปีต่อมา)
นักเรยนคนนั้นก็กลายเป็นที่รู้จักกันในมหาวิทยาลัยในเวลาไม่นาน
และต่อมาเมื่อเค้าจบปี 2 ก็ได้รางวัลนี้อีกเช่นเคย จนเมื่อขึ้นมาอยู่ปี 3..................
เขาคนนี้ได้รับทุนฟรีทั้งมีที่พักในมหาวิทยาลัยให้ฟรีด้วย แล้วจู่ๆ เหตุการประหลาดชวนให้สงสัยก็เกิดขึ้น
วันหนึ่งขณะที่เขากำลังเดินกลับมาจากอาคารเรียนในช่วงประมาณ เย็นๆเกือบจะค่ำแล้ว
วันนั้นเป็นวนที่แปลกมาก คือ วันนั้นไม่ค่อยมีใครเดินไปไหนมาไหนกันเรย (ซึ่งปกติบริเวณนั้นคนเดินกันค่อนข้างเยอะ)
แล้วจู่ เค้าก็มองเห็นคนกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่บริเวณต้นไม้ กำลังประชุมอะไรกันนี่แหละ และด้วยความแปลกใจ
เขาจึงแกล้งทำเป็นนั่งผูกเชือกรองเท้าเพื่อลองฟังว่า เค้าคุยอะไรกันอยู่ พอต้งใจฟังอยู่พักใหญ่
ก็ยังฟังไม่ค่อยเข้าใจ แต่เค้าก็ได้ยินเสียงนั้นใกล้เข้ามาในหูเรื่อยๆ
จนในที่สุด เค้าจึงลองหันไปดูใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่า
จู่ๆ คนกลุ่มนั้น ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งเค้าก็สงสัยเหมือนกันว่าหายไปได้อย่างไร
เพราะตอนนั้นก่อนที่จะหันไปเค้าก็ยังได้ยินเสียงอยู่ใกล้ๆ แต่เค้าก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็เดินกลับหอไป
ปรากฎว่า ในคืนนั้นเอง ขณะที่เขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ แล้วจู่ ก็ได้ยินเสียงคนคุยกันมาในสายลม
(พอดีตอนนั้นเค้าเปิดประตูหลังห้องไว้อยู่) แล้วอากาศก็เริ่มเย็นลง เค้าก็เลยเดินไปที่ประตูเพื่อจะปิด
และเค้าก็กลัวเสียสมาธิอ่านหนังสือ เลยเดินไปปิดประตู และเค้าก็เห็นคล้ายๆกลุ่มคนกลุ่มเดิม ที่เห็นเมื่อตอนเย็น
แต่คราวนี้นะ เค้าคุยกันอยู่ แต่จู่ๆ ก็หันมาที่เค้า (คนที่อ่านหนังสืออยู่อะ) ด้วยความตกใจ เค้าเลยปิดประตูอย่างแรงดัง ปัง!
แล้วก็แอบมองทางหน้าต่าง แต่ปรากฎว่า ไม่มีใครอยู่แล้ว
แล้วหลังจากนั้นอีก2-3 วันก็เกิดเหตุแปลกๆกับเค้า จู่ๆเดินอยู่ก็มี กระถางต้นไม้หล่นใส่ บ้าง
กำลังลงบันไดอยู่ก็เหมือนมีคนมาผลักบ้าง แล้วหลังจากนั้นก็เกิดอย่างนี้มาเรื่อยๆ
จนหนักที่สุดเค้า เดินข้ามถนนอยู่ซึ่งเป็นไฟแดง แต่จู่ๆก็มีรถที่จอดอยู่นั้นเกิดเหตุเครื่องยนต์ระเบิดขึ้นมาเฉยๆ
ทำให้ฝากระโปรงรถปลิวมาที่เค้า แล้วเค้าก็ต้องเข้าโรงพยาบาลไป พักอยู่ได้ 2-3 วัน เค้าก็เสียชีวิต หมอบอกว่า
เค้าขาดอากาศหายใจอย่างรุนแรง หน้าตาของเค้าตอนนั้นเหมือนมีรอยฝ่ามือมาจับไว้จนแดง
พยาบาลเล่าว่าคืนก่อนเค้าจะเสียนั้น เค้ากดกริ่งเรียกพยาบาลมากลางดึก บอกว่าให้ไปบอกกลุ่มญาติที่มาเยี่ยมเตียงใกล้ๆ
ในห้องเดียวกันนั้นให้ลดเสียงลงหน่อย พยาบาลจึงมองเค้าด้วยความสงสัยแล้วบอกเค้าไปว่า ตอนนี้ห้องรวมน่ะมีเค้าอยู่คนเดียว และก็ห้องนี้หมดเวลาเยี่ยมนานแล้ว ไม่มีญาติใครมานอนค้าง หลังจากนั้น..................
เค้าก็กดกริ่งเรียกพยาบาลมาอีก 2- 3 ครั้ง พอเคาเริ่มกดบ่อยขึ้น พยาบาลจึงให้มีพยาบาลมานอนเป็นเพื่อน
แล้วปรากฎว่ารุ่งเช้า เค้าก็จากไป โดยที่พยาบาลคนที่มาเฝ้าไม่รู้อะไรเรย
หลังจากนั้น อีก2-3 ปี ช่วงสอบอีกเหมือนกัน ก็มีเด็กเห็นเหตุการณ์เช่นว่านี้อีก และก็ยังเป็นเรื่องที่เล่าขานกันเรื่อยๆมา
จนถึงปัจจุบันว่า ........ ทำไม เค้าถึงตายด้วยน่าตาที่เป็นแบบนั้น และใช่เขาหรือเปล่า ที่มาคอยกระซิบตามสายลมในช่วงสอบ